7 แนวคิดเริ่มต้นธุรกิจของคนรุ่นใหม่ที่อาจยังไม่มีไอเดียหรือประสบการณ์มาก่อน

โรงรับจำนำ

สำหรับใครหลายคนที่มีโอกาสนำข้าวของใกล้ตัวมาจำนำเปลี่ยนเป็นเงินสดที่โรงจำนำเราแล้วอาจเกิดไอเดียสนุกๆ อยากลงมือทำธุรกิจเล็กๆ ด้วยตัวเอง แต่ติดปัญหาเรื่องความไม่มั่นใจเพราะขาดประสบการณ์และไอเดียบรรเจิด วันนี้พี่แคชแม็กซ์จะขอเอาคำแนะนำข้อคิดเห็นจาก Tai Lopez นักลงทุน และหนึ่งในสมาชิกของ The Oracles บริษัทที่รวมรวบข้อมูลเกี่ยวกับผู้นำทางธุรกิจระดับโลกมีชื่อเสียงโด่งดังจากการผลิตคอนเทนต์ทางธุรกิจ และการลงทุนให้กับเว็บไซต์สื่อแนวหน้า ไม่ว่าจะเป็น HUFFPOST , BUSINESS INSIDER หรือ The Entrepreneur  ที่ว่าด้วย 7 แนวทางความคิดที่จะช่วยให้คนที่ต้องการเริ่มต้นธุรกิจสามารถก้าวเดินต่อไปอย่างมั่นใจ

1.เลือกไอเดียในการทำธุรกิจที่เหมาะกับคุณ

หลังเอาข้าวของมาจำนำจนได้เงินทุนตั้งตัวมาสักก้อน เชื่อว่าใครหลายคนอาจมีไอเดียอยากทำธุรกิจผุดขึ้นมามากมายจนเลือกไม่ถูก Lopez เล่าว่าหลายครั้งคนเราอาจเลือกทำธุรกิจจากสิ่งที่เรารัก แต่นั่นอาจไม่ถูกต้องหมดเสมอไป

 

“สมมติว่าผมรักการเล่นบาสมาก แต่ผมก็ไม่ได้เก่งพอที่จะเป็นนักบาสมืออาชีพ ถ้าผมเกิดอยากเล่นบาสเป็นอาชีพ เป็นธุรกิจ แน่นอนว่าธุรกิจผมคงแย่แน่ๆ ดังนั้นผมจึงเล่นบาสเป็นงานอดิเรก แล้วทำธุรกิจขึ้นจากสิ่งที่เป็นธรรมชาติของตัวผมเอง เช่น การพูดในที่สาธารณะ การทำวิดีโอ หรือการทำการตลาดออนไลน์”

เขาแนะนำต่อว่า การที่จะเลือกสิ่งที่เหมาะในการธุรกิจ นั้นมาจากการมี self-aware หรือรู้จักตัวเองอย่างถ่องแท้ ซึ่งมันเป็นขั้นตอนที่อาศัยเวลาในการเรียนรู้

“ถ้าคุณเป็นคนช่างเจรจา และรักการถามคำถาม บางทีคุณอาจเริ่มธุรกิจ Podcast เล็กๆ หรือการเป็น Host ให้งานอีเวนต์ แต่ถ้าธรรมชาติคุณเป็นคนที่ชอบการจัดการ ก็อาจหาเงินจำนวนมากจากการเป็นคนช่วยเสมือนจริงให้กับผู้คนที่ไม่ถนัดการจัดการเรื่องราวต่างๆ ในชีวิต”

2.รู้ทันเทรนด์ก้าวทันโลก

ถ้าแนวทางแรกยังไม่เวิร์คพอ อีกวิธีที่ช่วยจุดประกายไอเดียทำธุรกิจจากเงินทุนก้อนเล็กๆ ที่ได้มาจากการจำนำข้าวของคือการเกาะติดเทรนด์ Lopez เชื่อว่า การรู้เท่าทันเทรนด์เป็นเรื่องสำคัญ
“รู้ไหมครับว่าการที่ผู้ก่อตั้งเพิกเฉยกับเทรนด์โลก เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่ว่าทำไมสตาร์ทอัพหลายๆ เจ้าถึงจุดเจ๊ง ยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้ธุรกิจเล็กหลายแห่งกำลังประสบความยากลำบากเกี่ยวกับปรับตัวให้เข้ากับโลกโซเชียลมีเดีย แทนที่เราจะปวดหัวกับมันเราสามารถสร้างธุรกิจที่ทำเงินหลายร้อยล้านจากการสอนวิธีการจัดการกับโซเชียลมีเดียให้กับเจ้าของธุรกิจรายเล็กๆ

วิธีคิดที่ง่ายมากคือมองปัญหาที่เกิดขึ้นกับผู้คนบนโลกให้เป็นเสมือนโอกาสในการทำธุรกิจใหม่ที่สร้างขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหาเหล่านั้น แล้วคุณก็จะได้รับผลตอบแทนเป็นรางวัลจากแนวทางแก้ปัญหาที่คุณเป็นคนคิดค้นขึ้นนั่นเอง”

3.ถ้าแน่ใจแล้วอย่าชักช้า ลงมือทำเลย

เมื่อได้ไอเดียดีๆ ในการลงทุน อย่ารอช้า ทดลองลงมือทำอย่าผลัดวันประกันพรุ่ง การทดลองลงมือทำตัวต้นแบบออกมาสู่ตลาดเป็นอีกแนวทางหนึ่งในตรวจสอบว่าไอเดียเรานั้นเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมายหรือไม่

“ความผิดพลาดที่ใหญ่มากๆ ของผู้ประกอบการมือใหม่คือพวกเขามักผลิตสินค้าหรือบริการสิ่งที่ไม่มีใครต้องการซื้อ ดังนั้นในการทำชิ้นงานต้นแบบ หรือ Proyotype ตัวผลิตภัณฑ์ คุณจะต้องโฟกัสไปที่การสร้างสิ่งของที่ผู้คนยอมจ่ายเพื่อมัน และที่สำคัญคือเมื่อคุณรู้ชัดเจนแล้วคุณต้องทดลองปล่อยออกสู่ตลาดให้ไว

หลายคนผลัดวันประกันพรุ่งการปล่อยผลิตภัณฑ์ตัวเองไป เพราะเป็นคนที่แสวงหาความสมบูรณ์แบบ ต้องการให้การเปิดตัวครั้งแรกเพอร์เฟ็คที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่หลายครั้งการผลัดวันไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีกำหนดการอาจทำให้เราหมดไฟในการลุยตลาด และหมดความสนใจในธุรกิจนั้นไปอย่างน่าเสียดาย”

ถ้ามั่นใจในตลาดแล้วก็ปล่อยให้ไว ไม่ต้องถึงกับเป็นชิ้นงานที่เพอร์เฟ็คที่สุด แค่อยู่ในระดับดีพอใช้ก่อนก็ยอดเยี่ยมแล้วสำหรับการเริ่มต้น แล้วการพัฒนาอื่นๆ จะค่อยๆ ตามมาเอง

4.ปรับตัวรับฟังสิ่งที่ลูกค้าต้องการ

Lopez เล่าว่าเราสามารถเรียนรู้อะไรได้มากมายจากธุรกิจของ Apple และ Kodak อย่าง iPhone ก็เป็นตัวอย่างของผลิตภัณฑ์ที่พัฒนาตามความเห็น คำเรียกร้องของผู้ใช้งานจริงจนครองตลาดสมาร์ทโฟนได้ในที่สุด

ในทางกลับกัน แม้ว่า Kodak จะเป็นผู้นำด้านการถ่ายภาพในตลาดมากว่าศตวรรษ และเป็นหุ้นที่ใครๆ ก็อยากซื้อเพราะมั่นใจว่าไม่เจ๊งแน่นอน  แต่ Kodak กลับเพิกเฉยต่อการมาถึงของโลกดิจิตอล ในปี 2012 Kodak จึงล้มละลายในที่สุด

“เมื่อธุรกิจที่คุณทำอยู่มันค่อยๆ เติบโตอย่างสวยงาม อย่าพึ่งตกหลุมรักไอเดียตัวเองอย่างหัวปักหัวปำล่ะ จริงอยู่ที่ไอเดียนั้นทำให้คุณเริ่มต้นทำธุรกิจนี้ได้ แต่มันจะต้องปรับเปลี่ยนได้ตลอดเวลา ทดลองทดสอบไอเดียใหม่ๆ อยู่เสมอ”

5.ปรับราคาให้เหมาะสม

Lopez บอกว่าธุรกิจส่วนใหญ่มีโครงสร้างในการตั้งราคาที่ไม่ถูกต้อง

“ดังนั้นโฟกัสที่การทดสอบราคาในที่แตกต่างกันเพื่อเช็คให้แน่ใจว่าสินค้าบริการเราเป็นที่ต้องการในตลาดจนกลุ่มเป้าหมายอยากควักกระเป๋าเงินจ่ายจริงๆ ถ้ากลุ่มเป้าหมายไม่ยอมจ่ายเลย ก็ปิดกิจการนี้ไป หรือไม่ก็หันมาปรับตัวทางธุรกิจครั้งใหญ่สักตั้ง

แต่ถ้ากลุ่มเป้าหมายยอมจ่ายหรือคุณสามารถเพิ่มราคาสินค้าบริการในธุรกิจคุณได้ขึ้นมาสูงกว่าสินค้าบริการประเภทเดียวกันนั่นหมายถึงว่าคุณพร้อมที่จะขยับขยายสเกลธุรกิจคุณแล้วล่ะ”

6.มองภาพกว้างขยายธุรกิจ

ในส่วนของการขยับขยายธุรกิจ Lopez แนะนำว่า 2 สิ่งที่จำเป็นต้องรู้ก่อนขยับขยายธุรกิจให้คนรู้จักมากขึ้น คือต้องทำความเข้าใจเรื่อง viral free marketing หรือ เทคนิคการทำการตลาดที่ใช้สื่อ Social Medias ที่มีอยู่แล้ว เช่น Facebook, Twitter และอีกมากมายนับไม่ถ้วนในการทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จักมากขึ้นแบบไม่ใช้เงินจ่ายค่าโฆษณา และ Paid advertising ระบบการจ่ายเงินซื้อโฆษณา

8.มีเมนเทอร์ที่ดี

เรื่องเมนเทอร์ที่ดีเป็นเรื่องสุดท้ายที่ Lopez อยากแนะนำ เขาเล่าว่า “กาารเริ่มต้นธุรกิจ การมีเมนเทอร์ที่ดีจะช่วยตอบคำถามในสิ่งที่คุณไม่สามารถหาได้ในโลกออนไลน์ พวกเขาจะช่วยพัฒนาเรียนรู้คุณด้วยประสบการณ์จริงของเขา และคอยไกด์คุณไปในเวลาเดียวกัน  วิธีหาเมนเทอร์ที่ดีนั้นอาจจะเป็นบุคคลที่เก่ง คลาสออนไลน์หรือหนังสือดีๆ ซักเล่มก็ยังได้”

สำหรับใครที่กำลังมองหาไอเดียในการทำธุรกิจ สามารถนำขั้นตอนเหล่านี้ไปปรับใช้ให้เหมาะสมตามเงินทุนที่ได้จากการจำนำข้าวของมีค่ากับโรงรับจำนำได้เลยนะครับ เพราะเราพร้อมที่จะเป็นที่พึ่งพาและส่งต่อโอกาสให้กับวัยสร้างตัวทุกๆ คน

แหล่งอ้างอิง:  https://www.entrepreneur.com/article/298645