หลัก 4Cs เป็นหลักมาตรฐานที่ใช้ในการประเมินคุณภาพของเพชรโดยประกอบด้วยปัจจัย 4 อย่าง เป็นหลักสากลโดยสถาบัน GIA (Gemological Institute of America) เป็นผู้คิดค้น และได้รับการยอมรับทั่วโลก ซึ่งจะช่วยให้คนทั่วไปสามารถใช้ข้อมูลนี้ประกอบการตัดสินใจในการซื้อเพชรได้ง่ายยิ่งขึ้นครับ โดยหลักทั้งหมดนั้นได้แก่
1.น้ำหนักกะรัต (Carat Weight)
กะรัต คือ หน่วยวัดน้ำหนักของเพชร โดย 1 กะรัต เท่ากับ 200 มิลลิกรัม เพชรยิ่งมีขนาดใหญ่ น้ำหนักมาก ยิ่งหาได้ยาก ราคาต่อกะรัตจึงสูงตามน้ำหนักที่เพิ่มขึ้น
2.สี (Color)
เพชรที่มีสียิ่งขาวก็ยิ่งสวย ราคาก็ยิ่งแพง สเกลวัดระดับสีเริ่มจาก 100, 99, 98, 97,… (D, E, F, G,…) โดยสีน้ำ 100-98 (D-F) นับเป็นเพชรเกรดไร้สี (Colorless) ขณะที่เพชรน้ำ 97-94 นับเป็นเพชรเกรดเกือบไร้สี (Near Colorless) ในการนำเพชรมาประกอบกันเป็นตัวเรือนควรเลือกเพชรที่มีน้ำใกล้ๆ กัน เพื่อที่เพชรจะดูกลมกลืนกัน ไม่เห็นความเหลืองหรือความขาวที่ต่างกันชัดเจน
3. ตำหนิ (Clarity)
เพชรแต่ละเม็ดมีตำหนิโดยธรรมชาติที่แตกต่างกัน ยิ่งเพชรที่มีตำหนิน้อยเท่าไหร่ราคาก็จะแพงมากยิ่งขึ้นเท่านั้น ตำหนิของเพชรมีทั้งตำหนิภายใน และตำหนิภายนอก
4.การเจียระไน (Cut)
เพชรสามารถเจียระไนได้หลายรูปทรง ซึ่งจะส่งผลต่อรูปร่างความสมมาตร และการกระจายแสงของเพชร สำหรับเพชรกลมนั้น เกรดสูงสุดตามมาตรฐานใบเซอร์ฯ คือ Triple Excellent Cut ถือเป็นทรงที่มีสัดส่วนที่ดี และสะท้อนประกายได้สมบูรณ์ที่สุด และราคาก็ไม่ได้โดดออกมาจากเพชรเกรดใกล้เคียงกัน การเลือกเกรดนี้จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า
การเลือกซื้อเพชรนั้นไม่ใช่เรื่องยาก หากคุณมีความรู้ และความเข้าใจถึงหลักสำคัญของเพชรเบื้องต้น อย่างหลัก 4Cs ที่ทำให้เพชรมีมูลค่าต่างกัน ซึ่งจะช่วยให้คุณประเมินราคา และคุณภาพของเพชรอย่างเหมาะสมได้ด้วยตนเอง ทำให้ได้เพชรที่ทั้งสวยและราคาถูกใจครับ

