น้ำอบนางลอย ตำนานเครื่องหอมที่อยู่คู่ประเพณีไทยมากว่า 100 ปี

น้ำอบนางลอย ก่อตั้งกิจการขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 6 โดย ‘เฮียง ธ.เชียงทอง’ หรือที่เรียกขานกันว่าแม่เฮียง หรือคุณย่าเฮียง โดยได้รับการถ่ายทอดวิธีปรุงน้ำอบสูตรชาววังมาจากเพื่อนผู้เป็นชาววัง ก่อนจะนำสูตรนั้นมาประยุกต์ดัดแปลงและผสมผสานเข้ากับสมุนไพร แป้ง และหัวน้ำหอมแบบตะวันตกแต่เป็นสไตล์ไทยที่คิดค้นขึ้นมาด้วยตนเอง เพื่อให้ได้กลิ่นที่ติดทนยาวนาน จนกลายมาเป็นต้นตำรับน้ำอบนางลอย

วิธีการทำเริ่มจากการต้มน้ำกับเปลือกชะลูด เพื่อสกัดสีและกลิ่นหอมอ่อนๆ ของชะลูดให้ลงไปในน้ำ แล้วจึงนำไปอบกับน้ำตาลทรายแดง ขี้ผึ้ง กำยาน จันทร์เทศ และผิวมะกรูดที่ตำละเอียดแล้วและตักใส่ถ้วยดินเผาที่เผาจนแดง ซึ่งวางอยู่บนแท่นเหนือน้ำต้มชะลูด อบร่ำถึง 9 รอบเพื่อให้ได้สีเข้มขึ้นเรื่อยๆ จนได้สีเหลืองอำพันตามแบบฉบับของน้ำอบนางลอย ขั้นตอนถัดไปคือใส่พิมเสนบดละเอียดเพื่อให้มีความเย็น จากนั้นนำหัวน้ำหอมสูตรเฉพาะของนางลอยผสมลงน้ำที่อบแล้ว คลุกกับแป้งหินตำละเอียด แล้วค่อยนำแป้งดูดซึมน้ำหอมไปละลายในน้ำอีกที เป็นอันเสร็จขั้นตอนการทำน้ำอบ ส่วนสาเหตุที่ต้องนำหัวน้ำหอมผสมกับแป้งหินตำละเอียดและพิมเสน เนื่องจากหัวน้ำหอมมีลักษณะเป็นน้ำมัน หากใส่ลงน้ำอบทันทีจะเกิดการแยกชั้น เป็นที่มาว่าทำไมน้ำอบนางลอยถึงมีตะกอนสีขาวขุ่นข้างใต้ขวด และต้องเขย่าขวดก่อนใช้งาน

เดิมทีน้ำอบของแม่เฮียงนั้นไม่มีทั้งชื่อและตราสินค้าใดๆ เริ่มจำหน่ายครั้งแรกที่ตลาดนางลอย ข้างวัดบพิตรพิมุข เขตจักรวรรดิ กรุงเทพมหานคร (ปัจจุบันพื้นที่ตลาดคือ สน.จักรวรรดิ) ลักษณะการขายเป็นการตวงให้ลูกค้านำภาชนะมาใส่เอง แต่ด้วยจุดเด่นที่ความหอมเย็นสดชื่น สีเหลืองอำพันสวยงาม และกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ จึงได้รับการตอบรับอย่างดี ลูกค้าเกิดการแนะนำกันปากต่อปาก นานวันเข้าจึงเริ่มเพี้ยนจาก ‘น้ำอบไทย ของแม่เฮียง ที่ตลาดนางลอย’ กลายเป็น ‘น้ำอบไทยนางลอย ของแม่เฮียง’ ชื่อน้ำอบนางลอยจึงเริ่มมาตั้งแต่นั้น

เมื่อขายดีมากขึ้น แม่เฮียงจึงได้เปลี่ยนรูปแบบการขายจากการตวงมาเป็นบรรจุใส่ขวดติดฉลาก มีโลโก้เป็นรูปนางฟ้าลอยอยู่เหนือก้อนเมฆ ถือขวดน้ำอบนางลอยไว้ในมือซ้าย ให้พ้องกับชื่อนางลอย ประดับด้วยลวดลายไทยล้อมรอบ โดยใช้สีแดง สีขาว และสีน้ำเงินที่เป็นสีธงชาติไทย เพื่อบ่งบอกถึงความเป็นไทย พร้อมกับผลิตสินค้าอื่นๆ ทั้งแป้งหินร่ำ เทียนอบ ดินสอพอง มาขายควบคู่กันไปด้วย จากนั้นเมื่อกิจการเติบโต จึงขยับขยายเปิดร้านขนาดใหญ่ถาวรขึ้นที่ถนนมหาไชย สำราญราษฎร์ ตรงข้ามวัดเทพธิดาราม และวัดราชนัดดาราม ซึ่งปัจจุบันยังคงเปิดให้บริการอยู่

แม่เฮียงบวชชีพราหมณ์ ถือสมณะเพศจนวันสุดท้ายของชีวิตเมื่อส่งต่อกิจการให้ลูกชายคนโตอย่าง ‘อาคม ธ.เชียงทอง’ และลูกสะใภ้เป็นที่เรียบร้อย หลังจากนั้นจึงเริ่มมีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์นางลอยผ่านร้านสังฆภัณฑ์ และร้านค้าต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และตามต่างจังหวัด ทำให้ชื่อ ‘น้ำอบนางลอย’ เป็นที่รู้จัก และได้รับความนิยมไปทั่วประเทศมาจนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันน้ำอบนางลอยอยู่ในการบริหารของทายาทรุ่นที่ 4 อย่าง ‘น็อต-ดิษฐพงศ์ ธ.เชียงทอง’ เป็นยุคที่น้ำอบนางลอยกลายเป็นสิ่งที่ใช้เฉพาะงานประเพณี ทั้งงานมงคล และงานอวมงคล โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ถึงขนาดที่ยอดขายกว่า 70% ของทั้งปีจะขายได้ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-เดือนเมษายน แม้ทายาทรุ่นที่ 4 จะทำการปรับเปลี่ยนระบบการทำงานให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น ทั้งจัดจำหน่ายผ่านช่องทางออนไลน์ ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายยา  หรือกระทั่งเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ขายดีถล่มทลาย และยอดสั่งจองเต็มในเวลาไม่กี่สัปดาห์อย่างเทียนหอมอโรมากลิ่นน้ำอบ และกลิ่นแป้งร่ำ รวมถึงคอลแลปส์กับแบรนด์สินค้าต่างๆ เพื่อให้สามารถตอบสนองต่อไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ได้ดียิ่งขึ้น แต่น้ำอบนางลอยยังคงกรรมวิธีการผลิตที่ใช้แรงงานคนทำมือทั้งหมด เพื่อรักษาไว้ซึ่งกลิ่นหอมดั้งเดิม คุณภาพ ความเป็นไทย และวัฒนธรรมที่อยู่คู่สังคมไทยมาอย่างยาวนานกว่า 1 ศตวรรษ

 

อ้างอิงจาก:

https://nangloy.com/our-story.html

https://www.thairath.co.th/money/business_marketing/corporates/2774849

https://www.thepeople.co/read/business/6102

https://www.bangkokbiznews.com/lifestyle/998140

https://www.sentangsedtee.com/exclusive/article_146891

https://moneyandbanking.co.th/2023/33858/

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า