ศรีจันทร์ แบรนด์ความงามชั้นนำของไทยในชื่อแรกเริ่มคือ ห้างขายยาสหโอสถ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2491 โดย ‘พงษ์ หาญอุตสาหะ’ ดำเนินธุรกิจร้านขายยาในซอยคนจีน จำหน่ายสินค้าในราคาที่เข้าถึงได้สำหรับคนทั่วไป จากนั้นได้ทำการซื้อสูตรและธุรกิจ ‘ผงหอมศรีจันทร์’ จากหมอเหล็ง ศรีจันทร์ พร้อมทั้งเปลี่ยนชื่อร้านเป็น ‘ห้างขายยาศรีจันทร์สหโอสถ’ ทำธุรกิจเกี่ยวกับเวชภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ และเครื่องสำอางเป็นหลัก จนเวลาต่อมา (พ.ศ.2531) ได้เปลี่ยนรูปแบบธุรกิจไปเป็นบริษัทจำกัด โดยมีผงหอมศรีจันทร์ หรือแป้งพอกหน้าคุมมันเป็นสินค้ายอดนิยม
ความนิยมในผงหอมศรีจันทร์ลดลงตามกาลเวลา แต่คุณปู่พงษ์ หาญอุตสาหะในวัย 80 ยังคงดูแลกิจการอย่างขันแข็ง จุดประกายให้ ‘รวิศ หาญอุตสาหะ’ ทายาทรุ่นที่ 3 ลาออกจากอาชีพการธนาคาร เข้ามาช่วยบริหารกิจการในปี พ.ศ.2549 และเริ่มพลิกฟื้นองค์กรครั้งใหญ่ ทั้งการใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดเก็บข้อมูลให้เป็นระบบแทนแฟ้มเอกสารหนาเตอะ ปรับภาพลักษณ์องค์กรเก่าแก่ให้ทันสมัยขึ้นจนคนเก่งๆ อยากมาร่วมทีม ทั้งหมดเป็นเพราะต้องการเห็นธุรกิจเก่าแก่ของครอบครัวเติบโตและเป็นที่รู้จักในระดับสากล
ภายใต้การนำของรุ่นที่ 3 จาก ‘ผงหอมศรีจันทร์’ กลายเป็น ‘แบรนด์ศรีจันทร์’ ในปี 2557 สู่ ‘แป้งม่วงในตำนาน’ ศรีจันทร์ได้พัฒนาสูตรให้มีคุณภาพเทียบเท่าเครื่องสำอางระดับโลก รีแบรนด์บรรจุภัณฑ์ รวมถึงทำการตลาดในช่องทางใหม่ๆ เพื่อเจาะตลาดกลุ่มคนรุ่นใหม่ ควบคู่ไปกับการรักษาฐานลูกค้าเก่าแก่ การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้ทำให้ศรีจันทร์กลับมาครองใจคนไทยได้อีกครั้ง พิสูจน์ได้ด้วยยอดขายจากที่ไม่ถึง 10 ล้านบาทในปี 2549 กลายเป็น 300 ล้านบาทในปี 2557 และยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพิ่มไลน์สินค้าใหม่มากมายทั้งเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดร่างกาย และขยับขยายสู่ตลาดสกินแคร์ จนสามารถทำยอดขายแตะ 1,000 ล้านบาทได้ในปี 2566
ด้วยคาดหวังถึงความภาคภูมิใจที่ได้เห็นสินค้าไทยไปไกลในระดับโลก พร้อมเชื่อมั่นว่าแบรนด์ไทยสามารถเติบโตและแข่งขันได้ในระดับสากล ศรีจันทร์จึงไม่หยุดอยู่แค่ในประเทศ พร้อมทำการปรับเปลี่ยนโลโก้ให้เป็นภาษาอังกฤษคือ SRICHAND เพื่อขยายฐานลูกค้า และส่งออกไปยังต่างประเทศทั้งญี่ปุ่น จีน สิงคโปร์ มาเลเซีย ลาว และเวียดนาม ซึ่งทั้งหมดได้รับการตอบรับที่น่ายินดี รวมถึงแผนการตีตลาดในประเทศอินโดนีเซีย เนื่องจากมีประชากรมากที่สุดในภูมิภาคอาเซียน
ในปี พ.ศ. 2568 ศรีจันทร์ขึ้นเป็นอันดับ 1 ขององค์กรที่คนรุ่นใหม่ต้องการร่วมงานด้วย ตามผลสำรวจของ QGEN Consultant บริษัทที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน People & Organization สัญชาติไทย ส่วนหนึ่งเป็นเพราะศรีจันทร์มีชื่อเสียงในด้านสวัสดิการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำงานที่ยืดหยุ่น, สามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้, ลาพักร้อนสูงสุด 20 วันต่อปี, ลาคลอดบุตร 180 วันโดยได้รับค่าจ้างตามปกติ, ลาดูแลภรรยาคลอดบุตร 30 วัน, ลาผ่าตัดแปลงเพศไม่เกิน 30 วัน, ลาพักใจกรณีสูญเสียบุคคลใกล้ชิด 10 วัน, วันหยุดพิเศษในเดือนเกิด, สิทธิ์เบิกค่าหนังสือเดือนละ 1 เล่ม และรับผลิตภัณฑ์ของบริษัททุกเดือน
ศรีจันทร์ในวัย 7 ทศวรรษยังคงยึดมั่นในรากฐานของแบรนด์ที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างการผลิตสินค้าคุณภาพดีในราคาเข้าถึงได้ พร้อมทั้งพัฒนาและปรับตัวให้ทันกับความต้องการของผู้บริโภค โดยมีแบรนด์สินค้าในเครือถึง 4 แบรนด์ได้แก่ SRICHAND BABY (ศรีจันทร์เบบี้) ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก, sasi (ศศิ) แบรนด์เครื่องสำอางราคาสบายกระเป๋า, HYPE!! สินค้าเพื่อสุขอนามัยที่ดีสำหรับทุกคน, SELENE (เซเลนี) ผลิตภัณฑ์เน้นการดูแลผิวพรรณ มีจุดเด่นเรื่องกลิ่นหอม แต่สัดส่วนยอดขายหลักมาจากเครื่องสำอางแบรนด์ SRICHAND ตามด้วย sasi นอกจากนี้ศรีจันทร์กำลังขยายตลาดเข้าสู่ธุรกิจสายสุขภาพและความงาม รวมถึงแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปี พ.ศ.2568
อ้างอิงจาก:
https://srichand.co.th/th/who-we-are
https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1160689
https://thestandard.co/srichand-health-industry/
https://techsauce.co/talentsauce/talent-insights/learn-about-srichand-a-diverse-organization
https://marketeeronline.co/archives/270746
https://www.forbesthailand.com/people/fabulous-40s-and-50s/rawit-hanutsaha-srichand-to-the-moon
https://missiontothemoon.co/interview-road-to-global-success-of-srichand/
https://moneyandbanking.co.th/2023/62571/

